Category: Literature

Home / Category: Literature

Reading

การอ่านเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกวัย ทุกอาชีพ ไม่ว่าเราจะอายุมากหรือน้อย การอ่านก็ล้วนแต่มีความสำคัญทั้งสิ้น ในการศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ให้กับตัวเอง คนที่อ่านหนังสืออยู่เป็นประจำ มักจะได้เปรียบคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ และไม่ว่าจะเป็นทางด้านการพูด การคิด หรือว่าการกระทำ คนที่อ่านหนังสือมักจะมีอะไรที่แตกต่างมากกว่าอยู่เสมอ และคนที่อ่านหนังสือเยอะมากกว่า ก็มักจะมีโอกาสที่จะสำเร็จในชีวิตมากกว่าด้วย

สำหรับบางคนที่ไม่ชอบอ่านหนังสือ เพราะเห็นว่ามันไม่สนุก ไม่เหมือนกับการเล่นโทรศัพท์ หรือว่าเล่นอินเตอร์เน็ต ไม่มีแรงบันดาลใจในการอ่าน บางทีสาเหตุมันก็อาจจะมาจากเราอ่านผิดวิธีก็ได้ ซึ่งการอ่านที่ผิดแบบ หรืออ่านแบบไม่มีประสิทธิภาพ มันก็เป็นการอ่านที่เปล่าประโยชน์เหมือนกัน เราลองมาดูว่า เราจะอ่านหนังสืออย่างไร ให้มันได้ประโยชน์สูงสุด และวิธีการอ่านแบบไหนที่เราควรจะปรับเปลี่ยน เพราะมันไม่ได้ผล และทำให้น่าเบื่อเร็วด้วย

การอ่านโดยชี้นิ้วไปด้วย

บางคนมักจะติดนิสัยในการอ่าน แล้วใช้นิ้วชี้ไปตาม วิธีการนี้ทำให้อ่านได้ช้า และไม่มีประสิทธิภาพ เพราะมันน่าเบื่อ คนที่อ่านหนังสือเร็วๆ จึงมักจะอ่านแบบใช้สายตาอย่าเดียว เพราะมันได้ผลมากกว่า ไม่เหนื่อยด้วย

การอ่านแบบออกเสียง

คนที่ต้องการอยากจะอ่านหนังสือให้ได้มากๆ อ่านให้ได้นานๆ วิธีการอ่านที่ดีก็คือ อย่าอ่านออกเสียง เพราะการอ่านออกเสียงนอกจากจะทำให้เราอ่านได้น้อย น่าเบื่อแล้ว มันยังทำให้เราเหนื่อยอีกด้วย คนที่อ่านหนังสือได้ครั้งละนานๆ โดยที่ไม่เหนื่อย หรือว่าไม่เบื่อ เขาจะไม่อ่านหนังสือแบบออกเสียงเลย เพราะมันทำให้อ่านช้าด้วย และบางครั้งก็อาจจะรบกวนคนอื่นด้วย คนที่มักจะอ่านหนังสือแบบออกเสียงอยู่ ก็ลองเปลี่ยนรวิธีการอ่านของตัวเอง ให้มาอ่านแบบในใจดีกว่า

การอ่านทีละคำ

วิธีการอ่านทีละคำ โดยดูไปทุกตัวอักษร มันจะทำให้เราอ่านหนังสือได้ช้ามาก เพราะมามัวสะกดแต่ละคำอยู่ และยิ่งเป็นหนังสือที่มาความยาวมากๆ อย่างเช่นนิยาย หรือว่าหนังสือที่ไม่ใช่การ์ตูน วิธีการอ่านแบบทีละคำจะทำให้รู้สึกว่าเหนือย และจะทำให้เบื่อ ไอยากจะอ่านต่ออีกด้วย ถ้าอยากจะอ่านเร็ว เราต้องอ่านแบบกวาดไป ทั้งบรรทัดเลย และอ่านในใจ โดยที่ไม่ต้องสนใจกับการสะกดของคำแต่ละคำ จะทำให้ราอ่านได้เยอะกว่าเดิม และไม่รู้สึกเหนื่อยด้วย

ไม่มีสมาธิ

เมื่อจิตใจเราอยากจะอ่านหนังสือ ไม่วอกแวก เราก็จะอ่านหนังสือได้นานมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ยิ่งเป็นหนังสือเรียนที่ต้องอ่านสอบ หากเรามีสมาธิในการอ่านแล้ว มันก็ช่วยทำให้เราเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้นว่าเดิมด้วย จึงต้องหาสถานที่อ่านที่มันสงบในการอ่าน ไม่ให้มีเสียงต่างๆ เข้ามารบกวนเรา ถ้าเรารู้ว่ายังไม่มีสมาธิในการอ่าน ก็ยังไม่ต้องอ่านดีกว่า เพราะอ่านไปมันก็ไม่เข้าใจหรือไม่รู้เรื่องอยู่ดี

เพียงแค่นี้เราก็สามารถเปลี่ยนวิธีการอ่านของตัวเอง ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นได้แล้ว ใครที่ยังอ่านแบบฝืน หรือว่าอ่านแบบผิดแนวทางอยู่ ก็ควรจะหันมาปรับเปลี่ยนวิธีการในการอ่านใหม่

Reading

เมื่อพูดถึงการอ่าน หลายคนถึงกับต้องส่ายหน้า เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่น่าเบื่อ และไม่สนุกสักนิด ยิ่งหนังสือที่มีตัวหนังสือเต็มไปหมด ไม่มีรูปภาพประกอบ ก็ยิ่งเป็นสิ่งที่น่าเบื่อเข้าไปใหญ่ หลายคนจึงไม่ชอบอ่าน แต่บางคนก็ชอบในการอ่านหนังสือ ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไรก็ตาม ก็มักจะหยิบมาอ่านอยู่ตลอด คนแบบนี้มักจะได้เปรียบคนอื่นอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลข่าวสาร หรือความรู้ในเรื่องต่างๆ

คนส่วนใหญ่เดี๋ยวนี้ หันมาให้ความสำคัญในเรื่องของโซเชียลมีเดียกันมากกว่า เลยมองไม่เห็นประโยชน์ของการอ่านหนังสือเท่าไหร่ วันๆ เอาแต่จ้องโทรศัพท์อย่างเดียว ทำให้ผลกระทบตามมาก็คือ เด็กมีผลการเรียนที่ไม่ดีเท่าที่ควร ลองมาดูเหตุผลดีๆ กันบ้างว่าทำไม เราถึงต้องอ่านหนังสือเยอะๆ อ่านบ่อยๆ มันมีประโยชน์อะไรบ้าง

-อ่านเพื่อให้รู้จักชีวิตมากขึ้น การอ่านหนังสือบางอย่าง อย่างเช่นหนังสือธรรมะ สามารถทำให้เราเข้าใจชีวิตของเรามากขึ้น ว่าเราเกิดมาทำไม เพื่ออะไร และยังสามารถนำข้อคิดต่างๆ ที่อยู่ในหนังสือ เอามาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย แล้วเราก็จะอยู่อย่างมีควาวมสุข จะเข้าใจชีวิตมากขึ้นกว่าเดิม

-อ่านเพื่อให้เข้าใจคนอื่น มนุษย์ถือว่าเป็นสัตว์สังคม ที่เราจะต้องอยู่ร่วมกันกับคนหมู่มาก และเมื่อคนมารวมกันเยอะ มันก็ย่อมจะมีปัญหาตามมาเหมือนกัน การอ่านหนังสืออย่างเช่นแนวจิตวิทยาหรือการเข้าสังคม มันสามารถช่วยให้เราเข้าใจคนอื่นในสังคมได้มากขึ้น และเข้าใจว่าทำไมคนต้องเป้นแบบนั้น เป็นแบบนี้ และเมื่อเราเข้าใจสังคม เข้าใจคนมากขึ้น เราก็จะอยู่ในสังคมนั้นได้อย่างมีความสุข จะได้ไม่ต้องมานั่งคิดว่า ทำไมคนนั้นถึงเป็นแบบนั้น ทำไมคนนี้ถึงทำแบบนี้

-อ่านเพื่อรู้ เรื่องอะไรก็ตาม ที่เราไม่ความรู้ หรือว่าไม่เข้าใจ เราก็สามารถหาได้จากการอ่านหนังสือ อย่างเช่นอยากจะรู้วิธีการทำขนม อยากจะรู้วิธีการทำเกษตร เราก็สามารถหาได้จากหนังสือทั้งนั้น คนที่อยากจะทำอะไรก็ทำเลย โดยที่ไม่หาข้อมูล หรือว่าศึกษาให้ดีเสียก่อน มันก็เสี่ยงเหมือนกัน ที่จะเกิดความผิดพลาด และถ้าเป็นอะไรที่มันต้องเสียเงิน หรือว่าต้องลงทุน ก็ยิ่งเสี่ยงที่จะขาดทุนด้วย

-อ่านเพื่อให้เป็นคนที่ดีกว่าเดิม หนังสือบางเล่น ถ้าเราเลือกอ่านให้ดี มันก็สามารถทำให้เราเป็นคนที่ดีขึ้นได้ อย่างเช่นหนังสือพัฒนาตัวเอง หรือว่าฮาวทูต่างๆ พวกนี้เมื่อเราอ่านแล้ว มันสามารถที่จะทำให้ความคิดความอ่าน และการกระทำของเราเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีได้ ดีกว่าการรอให้ใครมานั่งสอน นั่งว่าอย่างเดียว และคงไม่มีใครชอบการตักเตือนให้เปลี่ยนแปลงตัวเอง ด้วยการถูกด่าแน่ ทางที่ดีเราหันมาพัฒนาตัวเอง ด้วยการอ่านหนังสือพัฒนาตัวเองจะดีกว่า

คนที่ไม่ชอบในการอ่านหนังสือ ก็ลองหันมาฝึกดูใหม่ดีกว่า ลองหยิบหนังสืออะไรก็ได้ ที่ไม่จำเป็นจะต้องมีเนื้อหาที่หรูหรา เป็นหนังสือธรรมดาก็ได้ ถือว่าเป็นการฝึกการอ่านของเราไปก่อน และเมื่อเราชอบในการอ่านหนังสือแล้ว ก็ค่อยปรับเปลี่ยนหนังสือที่มีเนื้อหาซับซ้อนขึ้น

Reading

การอ่านหนังสือเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก สำหรับคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียนนักศึกษา คนทำงาน หรือว่าคนแก่ก็ตาม ย่อมมีความสำคัญเหมือนกันทั้งหมด เพราะมันช่วยในเรื่องของการพัฒนาจิตใจ การกระทำของคนเราได้ ถ้าเราเลือกอ่านหนังสือที่มันมีประโยชน์กับเรา บางคนก็อ่านจนติดเป็นนิสัย ว่างไม่ได้เป็นต้องเข้าร้านหนังสือ หรือเข้าห้องสมุดหาหนังสือมาอ่านเลย ซึ่งคนที่ชอบการอ่านแบบนี้ ถือว่าเป็นเรืองที่ดี เพราะมันให้ประโยชน์หลายอย่างมาก

แต่ก็มีบางคนเหมือนกัน ที่ไม่ชอบการอ่าน เพราะมันไม่สนุก ไม่เหมือนกับการเล่นโทรศัพท์ หรือว่าเล่นอินเตอร์เน็ต ไม่มีแรงบันดาลใจในการอ่าน บางทีสาเหตุมันก็อาจจะมาจากเราอ่านผิดวิธีก็ได้ ซึ่งการอ่านที่ผิดแบบ หรืออ่านแบบไม่มีประสิทธิภาพ มันก็เป็นการอ่านที่เปล่าประโยชน์เหมือนกัน เราลองมาดูว่า เราจะอ่านหนังสืออย่างไร ให้มันได้ประโยชน์สูงสุด และมีประสิทธิภาพมากที่สุด ไม่ให้เสียเวลาในการอ่านของเราไปเปล่าๆ

อ่านออกเสียง

คนที่ต้องการอยากจะอ่านหนังสือให้ได้มากๆ อ่านให้ได้นานๆ วิธีการอ่านที่ดีก็คือ อย่าอ่านออกเสียง เพราะการอ่านออกเสียงนอกจากจะทำให้เราอ่านได้น้อย น่าเบื่อแล้ว มันยังทำให้เราเหนื่อยอีกด้วย คนที่อ่านหนังสือได้ครั้งละนานๆ โดยที่ไม่เหนื่อย หรือว่าไม่เบื่อ เขาจะไม่อ่านหนังสือแบบออกเสียงเลย เพราะมันทำให้อ่านช้าด้วย และบางครั้งก็อาจจะรบกวนคนอื่นด้วย คนที่มักจะอ่านหนังสือแบบออกเสียงอยู่ ก็ลองเปลี่ยนรวิธีการอ่านของตัวเอง ให้มาอ่านแบบในใจดีกว่า

อ่านทีละคำ

วิธีการอ่านทีละคำ โดยดูไปทุกตัวอักษร มันจะทำให้เราอ่านหนังสือได้ช้ามาก เพราะมามัวสะกดแต่ละคำอยู่ และยิ่งเป็นหนังสือที่มาความยาวมากๆ อย่างเช่นนิยาย หรือว่าหนังสือที่ไม่ใช่การ์ตูน วิธีการอ่านแบบทีละคำจะทำให้รู้สึกว่าเหนือย และจะทำให้เบื่อ ไอยากจะอ่านต่ออีกด้วย ถ้าอยากจะอ่านเร็ว เราต้องอ่านแบบกวาดไป ทั้งบรรทัดเลย และอ่านในใจ โดยที่ไม่ต้องสนใจกับการสะกดของคำแต่ละคำ จะทำให้ราอ่านได้เยอะกว่าเดิม และไม่รู้สึกเหนื่อยด้วย

มีสมาธิ

เมื่อจิตใจเราอยากจะอ่านหนังสือ ไม่วอกแวก เราก็จะอ่านหนังสือได้นานมากขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย ยิ่งเป็นหนังสือเรียนที่ต้องอ่านสอบ หากเรามีสมาธิในการอ่านแล้ว มันก็ช่วยทำให้เราเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้นว่าเดิมด้วย จึงต้องหาสถานที่อ่านที่มันสงบในการอ่าน ไม่ให้มีเสียงต่างๆ เข้ามารบกวนเรา

ชี้นิ้วไปด้วย

บางคนมักจะติดนิสัยในการอ่าน แล้วใช้นิ้วชี้ไปตาม วิธีการนี้ทำให้อ่านได้ช้า และไม่มีประสิทธิภาพ เพราะมันน่าเบื่อ คนที่อ่านหนังสือเร็วๆ จึงมักจะอ่านแบบใช้สายตาอย่าเดียว เพราะมันได้ผลมากกว่า ไม่เหนื่อยด้วย

คนที่รู้ว่าตัวเองอ่านหนังสือผิดวิธี ก็อยากจะให้เปลี่ยนวิธีการอ่านเสียใหม่ มาอ่านให้มันถูกต้อง และเมื่อนั้นการอ่านของเราจะมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหนังสืออะไร เราก็สามารถเข้าใจเนื้อหาในหนังสือทั้งหมด เพราะเรารู้หลักของการอ่านแล้ว